แทงบอลเต็งหรือสเต็ป เล่นกี่คู่ดี คิดจากโอกาสเข้าทั้งบิลจริง
แทงบอลเต็งคือบิลคู่เดียว ส่วนสเต็ปคือบิลหลายคู่ที่ต้องผ่านทุกคู่ คำถามว่าเล่นกี่คู่ดี ตอบด้วยคณิตศาสตร์ได้ชัดกว่าความรู้สึก ทุกคู่ที่เพิ่มเข้าบิลทำให้ยอดจ่ายโตแบบคูณ แต่ทำให้โอกาสเข้าทั้งบิลลดแบบคูณด้วย และส่วนได้เปรียบของผู้ให้บริการราคาก็ทบตามจำนวนคู่ บทความนี้ใช้ตัวเลขชุดเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้เห็นว่าจุดที่สเต็ปจะคุ้มอยู่ตรงไหน
สมมติฐานที่ใช้ในทุกตาราง
เพื่อให้เห็นภาพชัด สมมติบิลแฮนดิแคปหนึ่งใบที่ราคาแต่ละคู่ไม่เท่ากัน แบบที่เจอบนจอจริง คู่ที่ 1 ถึง 6 ได้ราคาฮ่องกง 0.85, 0.92, 0.80, 0.88, 0.95 และ 0.83 ตามลำดับ บิลที่มีน้อยคู่กว่าก็ใช้คู่แรก ๆ ของชุดนี้ สมมติต่อว่าคุณมีโอกาสถูกคู่ละ 50% เท่ากับการโยนเหรียญ ไม่นับกรณีได้ครึ่งเสียครึ่งหรือคืนทุน ทุกคู่ไม่เกี่ยวข้องกัน และวางบิลละ 100 บาท ตัวเลขจริงของคุณจะต่างไปตามความแม่นและราคาที่ได้ แต่ทิศทางของผลเหมือนเดิม
โอกาสเข้าทั้งบิลลดลงเร็วแค่ไหน
โอกาสเข้าทั้งบิลคือโอกาสต่อคู่คูณกันตามจำนวนคู่ ส่วนตัวคูณคือ 1 บวกราคาของแต่ละคู่ คูณกันไปจนครบบิล ตารางนี้แสดงทั้งสองอย่างเมื่อเข้าทุกคู่
| จำนวนคู่ | โอกาสเข้าทั้งบิล | ตัวคูณเมื่อเข้าทุกคู่ | ยอดจ่ายจาก 100 บาท |
|---|---|---|---|
| 1 (เต็ง) | 50% หรือ 1 ใน 2 | 1.85 | 185.00 บาท |
| 2 | 25% หรือ 1 ใน 4 | 3.55 | 355.20 บาท |
| 3 | 12.5% หรือ 1 ใน 8 | 6.39 | 639.36 บาท |
| 4 | 6.25% หรือ 1 ใน 16 | 12.02 | 1,202.00 บาท |
| 5 | 3.1% หรือ 1 ใน 32 | 23.44 | 2,343.89 บาท |
| 6 | 1.6% หรือ 1 ใน 64 | 42.89 | 4,289.33 บาท |
บิลหกคู่จ่ายเกือบ 43 เท่า ฟังดูน่าสนใจ แต่ถ้าโอกาสต่อคู่เป็นครึ่งต่อครึ่งจริง คุณต้องวางราว 64 บิลจึงจะคาดได้ว่าเข้าหนึ่งบิล
ส่วนได้เปรียบของราคาทบตามจำนวนคู่
ตัวเลขที่สำคัญกว่ายอดจ่ายคือค่าคาดหวัง หมายถึงเงินที่ได้คืนโดยเฉลี่ยเมื่อเล่นบิลแบบเดียวกันซ้ำหลายครั้ง คิดได้จากโอกาสคูณยอดจ่าย เมื่อโอกาสต่อคู่ 50% คู่ราคา 0.85 คืนเงินเฉลี่ย 0.5 × 1.85 เท่ากับ 92.5 สตางค์ต่อบาท คู่ราคา 0.95 คืน 97.5 สตางค์ ไม่มีคู่ไหนคืนครบบาท และผลของทุกคู่คูณกันตามจำนวนคู่
| จำนวนคู่ | ได้คืนเฉลี่ยต่อบิล 100 บาท | เสียเฉลี่ยต่อบิล |
|---|---|---|
| 1 | 92.50 บาท | 7.50 บาท |
| 2 | 88.80 บาท | 11.20 บาท |
| 3 | 79.92 บาท | 20.08 บาท |
| 4 | 75.12 บาท | 24.88 บาท |
| 5 | 73.25 บาท | 26.75 บาท |
| 6 | 67.02 บาท | 32.98 บาท |
นี่คือเหตุผลที่บิลยาวดูคุ้มแต่กินเงินในระยะยาว ถ้าความแม่นของคุณเท่ากับการเดา ทุกคู่ที่เพิ่มคือการจ่ายส่วนได้เปรียบซ้ำอีกหนึ่งรอบ
ถ้าคุณอ่านบอลแม่นกว่าครึ่ง
ภาพจะกลับด้านเมื่อคุณถูกบ่อยกว่าครึ่งจริง ลองสมมติว่าโอกาสถูกต่อคู่เป็น 55% คู่แรกราคา 0.85 จะคืนเงินเฉลี่ย 0.55 × 1.85 เท่ากับ 1.0175 บาทต่อบาท บิลเต็งจึงได้เฉลี่ยราว 1.75 บาทต่อ 100 บาท ส่วนบิลสี่คู่ตามราคาในตาราง ผลคูณของ 0.55 × (1 + ราคา) ทั้งสี่คู่ได้ราว 1.10 คือได้เฉลี่ยราว 10 บาทต่อ 100 บาท สเต็ปจึงขยายฝีมือที่มีอยู่จริง พร้อมกับขยายความผิดพลาดเมื่อไม่มี
สังเกตคู่ที่สามราคา 0.80 ด้วย ที่โอกาส 55% คู่นี้คืนแค่ 0.55 × 1.80 เท่ากับ 0.99 บาทต่อบาท แม้คุณถูกบ่อยกว่าครึ่ง คู่ราคาต่ำแบบนี้ก็ยังเป็นคู่ที่ขาดทุนในระยะยาว ราคาของแต่ละคู่จึงสำคัญพอ ๆ กับความแม่น
ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองแม่นเท่าไร ความรู้สึกว่าเข้าบ่อยมักจำบิลที่เข้าได้ชัดกว่าบิลที่แตก
รู้ได้อย่างไรว่าตัวเองแม่นกว่าครึ่ง
วิธีที่ตรงที่สุดคือจดบิลเต็งของตัวเองทุกใบ ทั้งที่เข้าและไม่เข้า ใช้เงินวางเท่ากันทุกบิล ต่อเนื่องอย่างน้อยห้าสิบบิลขึ้นไป แล้วนับว่าเข้ากี่เปอร์เซ็นต์ เทียบกับจุดคุ้มทุนของราคาที่คุณเล่นบ่อย คิดได้จาก 1 หารด้วย (1 + ราคา) เช่น ราคา 0.85 คุ้มทุนที่ราว 54.1% ราคา 0.95 ที่ราว 51.3% ถ้าตัวเลขของคุณอยู่แถวนั้นหรือต่ำกว่า สเต็ปยาวจะทำให้เสียเร็วขึ้น ถ้าสูงกว่าอย่างสม่ำเสมอ สเต็ปสั้นสองถึงสามคู่ค่อยเป็นทางที่น่าลอง
ระหว่างนี้ ถ้าอยากเล่นสเต็ปเพื่อความสนุก ให้ถือเป็นค่าความบันเทิงที่มีราคา ใช้เงินก้อนเล็กกว่าบิลเต็งมาก และไม่เพิ่มเงินตามหลังบิลแตก
ใช้ตัวเลขนี้กับบิลจริง
ตัวเลขในบทความเป็นแบบจำลองที่โอกาสทุกคู่เท่ากัน และไม่มีผลครึ่งเดียว บิลจริงของคุณมีทั้งโอกาสที่ไม่เท่ากันและผลได้ครึ่งเสียครึ่งปน ลองใส่บิลของคุณเองในตัวคิดบิลสเต็ป แล้วเปลี่ยนผลทีละคู่ จะเห็นว่าคู่ไหนกำหนดชะตาของบิลมากที่สุด ส่วนการคัดคู่ก่อนใส่ อ่านได้ที่บอลสเต็ปเลือกคู่จากลีกและเวลาเตะ ถ้ายังไม่มีบัญชี เปิดได้ที่หน้าสมัครสมาชิกเว็บแทงบอล
